The Black Label ระดมทุน Series B สำเร็จ เตรียมบุกตลาดโลกเต็มตัว

The Black Label ค่ายเพลงดังที่นำโดยโปรดิวเซอร์ Teddy Park ออกมาประกาศข่าวดีว่าได้ระดมทุน Series B สำเร็จไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา
งานนี้ได้นักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกมาร่วมวงด้วย ไม่ว่าจะเป็น Tencent Music Entertainment ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเพลงยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง QQ Music และ Kugou Music รวมถึง Krafton บริษัทเกมเกาหลีใต้เจ้าของเกมดัง PUBG: Battlegrounds
การระดมทุน Series B ครั้งนี้กวาดเงินไปได้ถึง 1.2 แสนล้านวอน (ประมาณ 79.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทำให้ The Black Label มีมูลค่าหลังการลงทุนพุ่งไปแตะ 1 ล้านล้านวอนเลยทีเดียว แถมผู้ถือหุ้นเดิมอย่าง Saehan Venture Capital ก็ยังร่วมลงทุนเพิ่มด้วย เพราะเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของบริษัท
Jung Kyung-in ซีอีโอของ The Black Label กล่าวว่า "การลงทุน Series B ครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ The Black Label แข็งแกร่งขึ้น และเติบโตเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจรที่นำตลาดโลก"
บริษัทเผยว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้มาจากไลน์อัพศิลปินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ๆ ภายใต้การนำของ Teddy ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานให้ศิลปิน K-pop ระดับโลกอย่าง Big Bang, 2NE1 และ Blackpink ปัจจุบัน The Black Label ก็เป็นบ้านของศิลปินดังมากมาย เช่น Rose, Taeyang และ Jeon Somi รวมถึงนักแสดงอย่าง Park Bo-gum และ Yim Si-wan
นอกจากนี้ บริษัทยังโชว์ศักยภาพในการปั้นศิลปินหน้าใหม่ด้วยการเตรียมเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ป Meovv ในปี 2024 และวง co-ed group AllDay Project ในปี 2025 อีกด้วย
The Black Label ยังแสดงอิทธิพลในตลาดเพลงระดับโลกด้วยการดูแลการผลิตเพลงประกอบภาพยนตร์ "KPop Demon Hunters" ที่เพลงฮิตอย่าง "Golden" ได้รับความสนใจอย่างมากในระดับสากล หลังคว้ารางวัลจากเวที Grammy Awards, Academy Awards และ Golden Globe Awards ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ผลประกอบการของบริษัทก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน รายได้เพิ่มขึ้นจาก 3.93 หมื่นล้านวอนในปี 2023 เป็น 4.23 หมื่นล้านวอนในปี 2024 และพุ่งทะยานไปถึง 7.38 หมื่นล้านวอนในปี 2025
The Black Label คาดหวังว่าจะเกิดการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับนักลงทุนรายใหม่ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก โดยการจับมือกับ Tencent Music Entertainment จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเพลงและคอนเสิร์ตในเอเชียและทั่วโลก ส่วนการร่วมงานกับ Krafton ก็คาดว่าจะนำไปสู่ธุรกิจคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งเพลง วิดีโอ และเกม