ทนายความ Kim Soo Hyun แฉ! เบื้องหลังข้อมูลลับคดี Kim Sae Ron ที่ Garosero Institute ใช้เล่นงาน

เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง Kim Soo Hyun กับ Kim Sae Ron ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา ล่าสุดฝั่ง Kim Soo Hyun กำลังเดินหน้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายร้อยล้านวอนจาก Kim Se Ui หัวหน้า Garosero Institute ที่ออกมาเปิดประเด็นนี้
แต่ที่พีคไปกว่านั้นคือ ตอนนี้มีข้อมูลสุดช็อกเกี่ยวกับตัวคนปล่อยข่าวที่ให้ “ไฟล์เสียง AI ที่ถูกดัดแปลง” ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้ออกมาแล้ว!
ก่อนหน้านี้ฝั่ง Kim Se Ui ยืนยันมาตลอดว่าไฟล์เสียงนั้นเป็นของจริง ไม่ได้ถูกดัดแปลง แต่พอเปิดหน้าคนปล่อยข่าวเท่านั้นแหละ ถึงกับอึ้ง เพราะเป็นคนที่เต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระเกินจริงและไม่มีมูลความจริงเลย
เมื่อวันที่ 28 ที่ผ่านมา Ko Sang Rok ทนายความของ Kim Soo Hyun ได้ให้สัมภาษณ์กับ MBC Radio ว่า “ตัวคนให้ข้อมูลเองก็ไม่ใช่คนที่น่าเชื่อถือ” พร้อมแฉพฤติกรรมแปลกๆ ของคนนี้
ทนาย Ko เล่าว่า คนปล่อยข่าวคนนี้ชอบอ้างเรื่องเหลือเชื่อกับคนรอบข้างเป็นประจำ เช่น “โดนนักฆ่าของ Kim Soo Hyun ตามทำร้าย” หรือ “ได้รับการปลอบใจจาก Won Bin ด้วยตัวเองหลังจากเกิดเรื่อง” คือสร้างเรื่องราวสมคบคิดที่เหมือนหลุดมาจากหนัง แถมยังลากชื่อ Won Bin นักแสดงดังเข้ามาเกี่ยวข้องแบบเนียนๆ อีกด้วย
ความไม่น่าเชื่อถือของคนปล่อยข่าวนี้ยังเห็นได้ชัดจากไฟล์เสียงที่นำมาให้ด้วย เพราะมีการปล่อยไฟล์เสียงที่ถูกตัดต่อหลายเวอร์ชันออกมาพร้อมกัน แต่บทสนทนาจริงๆ กลับไม่สอดคล้องกัน มีข้อผิดพลาดเพียบ
แถมยังหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ไม่ยอมส่งไฟล์ต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อยืนยันว่ามีการดัดแปลงจริงไหม จากข้อมูลที่ไร้สาระและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หน่วยงานสอบสวนเลยสรุปว่าไฟล์เสียงที่ฝั่ง Kim Se Ui นำมาใช้นั้นน่าจะถูกดัดแปลงด้วย AI จริงๆ
ฝั่ง Kim Soo Hyun ยังบอกใบ้ด้วยว่าความเสียหายจากเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะมาก อาจจะมีการขยายการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มอีกด้วย
ทนาย Ko เผยว่า “เรายื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายไปแล้ว 12,000 ล้านวอน (ประมาณ 8 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทันทีที่เกิดเรื่อง” แต่เสริมว่า “ตอนนี้คำนวณความเสียหายทางเศรษฐกิจใหม่แล้วสูงกว่าเดิมมาก”
เขายังบอกอีกว่า “จากเอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่สอบสวน ความเสียหายตอนนี้พุ่งไปถึงประมาณ 30,000 ล้านวอน (ประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ) แล้ว” และ “เรากำลังพิจารณาเพิ่มจำนวนเงินที่เรียกร้องถ้าจำเป็น”