ผู้ดูแล HoverLab ถูกจับกุม หลังศาลชี้มีแนวโน้มทำลายหลักฐาน คดีหมิ่นประมาท Kim Soo Hyun


ในที่สุด Kim Se Ui ผู้ดูแลช่อง YouTube ชื่อดังอย่าง HoverLab (Garo Sero Research Institute) ก็ถูกจับกุมตัวเรียบร้อยแล้วจ้า ศาลตัดสินว่ามีความกังวลเรื่องการทำลายหลักฐานและโอกาสที่จะหลบหนี หลังโดนข้อหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับนักแสดงหนุ่ม Kim Soo Hyun ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษา Boo Dong Sik จากศาลกลางกรุงโซล ได้ดำเนินการไต่สวนก่อนจับกุม (warrant review hearing) Kim Se Ui ก่อนที่จะออกหมายจับอย่างเป็นทางการ โดยเขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมทางเพศ (รวมถึงการถ่ายทำและเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต) รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาท ข่มขู่ และพยายามบีบบังคับ
ก่อนหน้านี้ สถานีตำรวจกังนัมได้ร้องขอหมายจับ Kim Se Ui และอัยการก็ได้ยื่นเรื่องต่อศาลอย่างเป็นทางการ ตำรวจรายงานว่า Kim Se Ui ได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับ Kim Soo Hyun ซ้ำๆ เพื่อหวังผลประโยชน์จากรายได้ YouTube โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักสืบเชื่อว่า Kim Se Ui ได้แก้ไขและบิดเบือนภาพหน้าจอแชท KakaoTalk บางส่วนที่อ้างว่าได้มาจากครอบครัวของอดีตนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ Kim Sae Ron ทางการพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงถึง 7 จุด รวมถึงการเปลี่ยนชื่อผู้ร่วมสนทนาเป็น “Kim Soo Hyun” ด้วยนะสิ!
นอกจากนี้ ตำรวจยังสงสัยว่าไฟล์เสียงของ Kim Sae Ron ที่เคยเปิดเผยในการแถลงข่าว อาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI นักสืบสรุปว่า Kim Se Ui จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จด้วยเจตนาร้าย ทั้งที่น่าจะรู้ดีว่า Kim Soo Hyun ไม่ได้คบหากับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับตั้งแต่เธอยังเป็นผู้เยาว์ และการเสียชีวิตของเธอก็ไม่ได้เกิดจากเขา แต่ Kim Se Ui ก็ยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน
หลังจากการไต่สวนเสร็จสิ้น เขาได้บอกกับนักข่าวว่า “ผมไม่ยอมรับข้อกล่าวหาใดๆ และวางแผนที่จะหักล้างทุกอย่าง” พร้อมเสริมว่าหมายจับนั้น “หละหลวมและขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงขั้นพื้นฐาน” ส่วนเรื่องไฟล์เสียงที่เป็นประเด็น Kim Se Ui แย้งว่า “สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุว่าถูกปรับแต่งด้วย AI หรือไม่” และอ้างว่าไม่สมเหตุสมผลที่จะพึ่งพาการวิเคราะห์จากบริษัทเอกชนที่ Kim Soo Hyun ว่าจ้างมาเพียงฝ่ายเดียว