Jang Dong Ju โผล่ TikTok Live สารภาพเหตุผลที่หายไป พร้อมเผยหนี้ก้อนโต!



นักแสดงหนุ่ม Jang Dong Ju ที่เคยสร้างความตกใจด้วยการประกาศอำลาวงการกะทันหัน ล่าสุดก็กลับมาปรากฏตัวบน TikTok Live เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 (ตามเวลาเกาหลี) เพื่อพูดคุยกับแฟนๆ นานกว่าสองชั่วโมง และเปิดใจถึงสาเหตุที่ตัดสินใจพักงานแสดงไป
Jang Dong Ju เริ่มต้นด้วยการขอโทษที่ทำให้หลายคนเป็นห่วง พร้อมยืนยันว่าเขาสบายดีและแข็งแรงดี ไม่ต้องกังวลอะไรเลย
การไลฟ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Jang Dong Ju ประกาศยุติบทบาทการเป็นนักแสดงแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ได้ขอบคุณผู้กำกับ เพื่อนนักแสดง ทีมงาน และแฟนๆ ที่สนับสนุนเขามาตลอดอาชีพการแสดง
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มีรายงานว่าต้นสังกัดของเขาไม่ได้รับแจ้งเรื่องการประกาศอำลาวงการล่วงหน้าเลย ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา
ระหว่างไลฟ์ Jang Dong Ju ก็เรียกความสนใจจากแฟนๆ ด้วยรอยแผลที่เห็นได้ชัดบนใบหน้า ตอนแรกเขาบอกว่าโดนเจ้าหนี้ทำร้าย แต่ภายหลังก็เปลี่ยนคำอธิบายว่าเป็นแผลจากการฝึก MMA
จากนั้นเขาก็เปิดเผยว่าการตัดสินใจพักงานแสดงนั้นเชื่อมโยงกับหนี้ก้อนโตที่เขากำลังพยายามใช้คืน เขาเล่าว่าได้ใช้หนี้ไปแล้วกว่า 3 พันล้านวอน (ประมาณ 80 ล้านบาท) แต่ก็ยังเหลืออีก 800 ล้านวอน (ประมาณ 21 ล้านบาท) แม้จะยืนยันว่าหนี้ก้อนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดนแฮกที่เคยทำให้แฟนๆ เป็นห่วงก่อนหน้านี้
เมื่อมีแฟนคลับถามว่าการอยู่ในวงการบันเทิงต่อไปจะช่วยให้เขาใช้หนี้ได้เร็วขึ้นหรือไม่ Jang Dong Ju ก็อธิบายว่าเขาไม่อยากให้สถานการณ์ส่วนตัวของเขาส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ ในกองถ่าย
เขายังบอกอีกว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเจ้าหนี้ เพราะปัญหาหนี้สินทำให้เขาไม่สามารถแสดงต่อไปได้ด้วยความโลภส่วนตัว และไม่อยากสร้างความเสียหายให้กับนักแสดงและทีมงานที่เกี่ยวข้อง เขาเชื่อว่าการแสดงไม่ใช่แค่อาชีพเดียวในโลก และถ้ามีโอกาสได้กลับมา เขาจะพยายาม แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เขาคิดว่าควรโฟกัสกับการใช้หนี้ก่อน
Jang Dong Ju ยังอ้างว่าเจ้าหนี้บางคนข่มขู่เขา โดยส่งข้อความมาว่าถ้าไม่ใช้หนี้จะแจ้งความเรื่องใช้ยาเสพติด เขาจึงขอร้องเจ้าหนี้ไม่ให้ส่งข้อความข่มขู่หรือโทรหาผู้สื่อข่าวเพื่อเร่งรัดการชำระหนี้ เขายอมรับว่าเข้าใจที่เจ้าหนี้โกรธเรื่องการชำระล่าช้า แต่ก็ขอเวลาให้เขาได้แก้ไขสถานการณ์
เขายืนยันว่าจะไปสถานีตำรวจเพื่อเข้ารับการตรวจหาสารเสพติด และจะรับผิดชอบเรื่องหนี้สินจนกว่าจะตาย เขาจะไม่ยื่นขอฟื้นฟูกิจการส่วนบุคคลหรือล้มละลาย เพราะตั้งใจจะรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดด้วยตัวเอง