Source

ILLIT กับเพลงใหม่ 'It's Me' ที่จุดประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแนวเพลง แม้จะปังบนชาร์ต!

admin4
ILLIT กับเพลงใหม่ 'It's Me' ที่จุดประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแนวเพลง แม้จะปังบนชาร์ต!

ILLIT กลับมาเขย่าวงการเพลงอีกครั้งด้วยเพลงไตเติ้ล 'It's Me' จากมินิอัลบั้มที่สี่ 'MAMIHLAPINATAPAI' ซึ่งเพลงนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะทันทีที่ปล่อยออกมาก็พุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต AWA ของญี่ปุ่น แถมยังติดอันดับสูงๆ ในชาร์ต QQ Music ของจีน และคว้าอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงมาแรงของ YouTube เกาหลีได้อย่างรวดเร็ว

แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จบนชาร์ตเพลงอย่างงดงาม อัลบั้มนี้ก็ยังสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลายเกี่ยวกับทิศทางดนตรีและตัวตนของวง บางคนถึงกับบอกว่าภาพลักษณ์ที่เคยเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ในฝันของ ILLIT ดูเหมือนจะจางหายไป กลายเป็นซาวด์แบบเทคโนที่ดูเย็นชาและออกแนวเครื่องจักรมากขึ้น

ในหมู่แฟนคลับเองก็ยังแบ่งออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน ทั้งคนที่ชื่นชมความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ ของวง และคนที่กังวลว่า ILLIT กำลังจะสูญเสียเอกลักษณ์เดิมไป การถกเถียงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเบื่อหน่ายที่หลายคนมีต่อสิ่งที่มองว่าเป็น 'สูตรสำเร็จของ HYBE' ที่ซ้ำซาก และความต้องการที่เพิ่มขึ้นให้ศิลปินยังคงรักษาเรื่องราวและตัวตนที่โดดเด่นเอาไว้

เพลง 'It's Me' ถือเป็นการบุกเบิกแนวเทคโนป๊อปเต็มตัวของ ILLIT เลยก็ว่าได้ ด้วยเสียงกลองหนักๆ และซินธิไซเซอร์ที่คมชัดตั้งแต่ต้นเพลง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในคลับแดนซ์ ต่างจากเพลงก่อนหน้าอย่าง 'Magnetic' หรือ 'Cherish (My Love)' ที่เน้นฟังง่ายและมีกลิ่นอายของปลั๊กแอนด์บีมากกว่า 'It's Me' พาเราดำดิ่งสู่โลกของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์อย่างเต็มตัว

นักวิจารณ์บางคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการพยายามสะท้อนกระแสเพลงเรฟที่กลับมาฮิตทั่วโลก ซึ่งนำโดยศิลปินอย่าง Charli XCX แต่บางคนก็แย้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนจะเน้นตามเทรนด์มากกว่าที่จะเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่ ILLIT เคยสร้างไว้

การถกเถียงนี้ยังลามไปถึงทิศทางเพลงโดยรวมของเกิร์ลกรุ๊ปในเครือ HYBE ด้วย เพลงอย่าง 'Pinky Up' ของ KATSEYE, 'Celebration' ของ LE SSERAFIM และ 'It's Me' ของ ILLIT ถูกนำมาเปรียบเทียบกันเพราะมีพื้นฐานเทคโนที่เน้นจังหวะคล้ายกัน ทำให้บางคนตั้งคำถามว่าเกิร์ลกรุ๊ปหลายวงเริ่มมีเสียงที่คล้ายกันมากเกินไปหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม ฝั่งผู้สนับสนุนก็แย้งว่าการเปลี่ยนแปลงของ ILLIT นั้นซับซ้อนกว่าที่นักวิจารณ์คิด เพลงก่อนหน้าอย่าง 'NOT CUTE ANYMORE' ก็เคยบอกใบ้ถึงการหลุดพ้นจากความคาดหวังเดิมๆ และสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นมาแล้ว ขณะที่เพลง B-side อย่าง 'GRWM' และเพลงพรีรีลีส 'Bubee' ก็ยังคงรักษาความสดใสและสไตล์ที่อ่อนโยนของวงไว้ได้ดี

แฟนๆ หลายคนยังชี้ให้เห็นว่าข้อความหลักของวง นั่นคือการเห็นคุณค่าในตัวเองและการยอมรับความเป็นปัจเจกบุคคล ยังคงอยู่ครบถ้วน แม้ว่าซาวด์เพลงจะเปลี่ยนไปก็ตาม จากมุมมองนี้ การทดลองของ ILLIT ไม่ใช่การทิ้งตัวตนเดิม แต่เป็นการขยายขีดความสามารถในการแสดงออกของวงต่างหาก

ท้ายที่สุดแล้ว ปฏิกิริยาที่หลากหลายต่อ ILLIT นี้สะท้อนถึงความท้าทายที่วง K-pop หลายวงต้องเจอในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการรักษาความสม่ำเสมอในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็วสุดๆ ไม่ว่า 'It's Me' จะถูกจดจำในฐานะการทดลองตามเทรนด์ชั่วคราว หรือเป็นรากฐานของตัวตนใหม่ของ ILLIT ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าวงจะพัฒนาและเล่าเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปนี้อย่างไรในอนาคต

กำลังโหลดความคิดเห็น...