SM Entertainment เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 พร้อมแผนเด็ดสำหรับศิลปินในค่าย!

SM Entertainment ได้ประกาศผลประกอบการรวมของไตรมาสแรกปี 2026 ออกมาแล้วจ้า บอกเลยว่าตัวเลขไม่ธรรมดาเลยนะ เพราะทำยอดขายไปถึง 2.79 แสนล้านวอน (ประมาณ 7.4 พันล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 3.86 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1 พันล้านบาท) ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 20.6% และ 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ยอดขายแบบแยกส่วนของไตรมาสแรกก็พุ่งขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 1.89 แสนล้านวอน (ประมาณ 5 พันล้านบาท) หลักๆ มาจากยอดขายคอนเสิร์ตที่เพิ่มขึ้นถึง 56.0% และยอดขายสินค้าและลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 20.3% เรียกได้ว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว ส่วนกำไรจากการดำเนินงานลดลง 5.9% เหลือ 3.88 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1 พันล้านบาท) เพราะปีก่อนหน้ามีรายได้จากคอนเทนต์เพลงแบบครั้งเดียว แต่ถ้าไม่นับปัจจัยนี้ กำไรก็ยังเติบโตจากปีที่แล้วนะ ส่วนกำไรสุทธิก็พุ่งขึ้น 20.9% อยู่ที่ 3.89 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 1 พันล้านบาท)
ผลงานปังๆ แบบนี้ มาจากการที่ยอดขายอัลบั้มของศิลปินตัวท็อปยังคงเติบโต รายได้จากคอนเสิร์ตก็เพิ่มขึ้นจากการจัดงานที่ใหญ่ขึ้น แถมยังพัฒนาในส่วนของสินค้าและลิขสิทธิ์อีกด้วย นอกจากนี้ยังรวมถึงผลจากการควบรวม Dear U และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทลูกสำคัญๆ ทำให้สัดส่วนรายได้จากคอนเสิร์ตและ IP ขยายตัวมากขึ้น โครงสร้างรายได้ก็หลากหลายขึ้นด้วยนะ
ในไตรมาสแรก ศิลปินตัวท็อปอย่าง Super Junior, NCT Dream, aespa, RIIZE และ NCT WISH ก็จัดทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกกันรัวๆ ช่วยผลักดันรายได้คอนเสิร์ตให้เติบโต ส่วนยอดขายสินค้าและลิขสิทธิ์ก็เพิ่มขึ้นจากแท่งไฟและสินค้าที่วางแผนไว้ แถมยังมีอีเวนต์ป๊อปอัพจากการออกอัลบั้มเต็มของ EXO โปรเจกต์ของ NCT WISH และทัวร์ของ aespa มาช่วยเสริมทัพอีกด้วย
บริษัทลูกต่างๆ ก็ทำผลงานได้ดีขึ้นด้วยนะ SM C&C มียอดขายโฆษณาและการบริหารจัดการที่เติบโตขึ้น ส่วน SM Japan ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมในต่างประเทศของศิลปินในค่าย และ Dear U ก็ยังคงสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องหลังจากการควบรวม บริษัทลูกเหล่านี้ก็ทำกำไรได้ดีขึ้น โดยกำไรจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
SM ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ “SM NEXT 3.0” อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของ IP การขยายสู่ตลาดโลก การยกระดับความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ และการขยายพอร์ตโฟลิโอ IP เพื่อวางรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว
ส่วนน้องใหม่ Hearts2Hearts ที่เดบิวต์ไปเมื่อปีที่แล้ว ก็สร้างผลงานระดับโลกได้อย่างรวดเร็วเลยนะ เพลงฮิตอย่าง “The Chase” และ “STYLE” มียอดสตรีมบน Spotify ทั่วโลกเกิน 100 ล้านครั้งไปแล้วทั้งคู่ ส่วนเพลง “RUDE!” ก็มียอดสตรีมจากต่างประเทศประมาณ 85% เลยทีเดียว เรียกได้ว่ากระแสอินเตอร์แรงสุดๆ นอกจากนี้ Hearts2Hearts ยังคว้าอันดับหนึ่งในบรรดาเพลงของเกิร์ลกรุ๊ป K-pop ที่ปล่อยในปี 2026 บนชาร์ต Spotify Global Top 200 อีกด้วย
SM วางแผนที่จะรักษาการเติบโตของยอดขายอัลบั้ม เพลงดิจิทัล และคอนเสิร์ต ด้วยไลน์อัพศิลปินที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 และ 3 ในไตรมาส 2 จะมีอัลบั้มเต็มจาก Taeyong, aespa และ NCT WISH ส่วนมินิอัลบั้มก็จะมีจาก SHINee, RIIZE และ Hearts2Hearts และซิงเกิลจาก Ryeowook ด้วยนะ ส่วนไตรมาส 3 จะมีอัลบั้มเต็มจาก Taeyeon และ NCT 127 มินิอัลบั้มจาก Super Junior-83z, Red Velvet และ WayV รวมถึงผลงานใหม่จาก Yesung, Minho และ Yunho อีกเพียบ!
ด้านคอนเสิร์ต กิจกรรมระดับโลกก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างคึกคักนะ ทัวร์คอนเสิร์ตใหม่ของ aespa จะเริ่มต้นที่กรุงโซล ก่อนจะขยายไปทั่วอเมริกาเหนือและยุโรปในไตรมาส 2 และ 3 นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตทัวร์ของ EXO คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ Yunho ตั้งแต่เดบิวต์ และคอนเสิร์ตของ Irene อีกด้วย แฟนๆ เตรียมตัวให้พร้อมเลย!