ตลาดหนังผีคึกคัก! 'Salmokji' จ่อทุบสถิติ 'If Wishes Could Kill' แรงทั่วโลก




ใครว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงนอกฤดูของวงการหนังและ OTT ต้องคิดใหม่แล้วล่ะ เพราะตอนนี้หนังผีมาแรงแซงโค้งสุดๆ! ภาพยนตร์ 'Salmokji: Whispering Water' และซีรีส์ Netflix 'If Wishes Could Kill' กำลังสร้างปรากฏการณ์ความหลอนรับซัมเมอร์ก่อนใคร พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพลังของหนังสยองขวัญมันสุดยอดแค่ไหน
มาดูที่ 'Salmokji: Whispering Water' กันก่อนเลย จากข้อมูลของ Korean Film Council เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้ทำยอดผู้ชมสะสมไปแล้วกว่า 2,728,017 คน! แซงหน้า 'Gonjiam: Haunted Asylum' (ปี 2018) ขึ้นแท่นเป็นหนังสยองขวัญเกาหลีที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับสองไปเรียบร้อย เหลือแค่ 'A Tale of Two Sisters' (ปี 2003 ที่ 3.14 ล้านคน) เท่านั้นที่ยังนำอยู่ ที่น่าสนใจคือ 'Salmokji: Whispering Water' มาสร้างสถิติใหม่เกือบแปดปีหลังจาก 'Gonjiam' ซึ่งถือเป็นการปลุกกระแสหนังสยองขวัญเกาหลีที่เคยซบเซาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ที่สำคัญคือหนังเรื่องนี้ยังคงมีผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีแผ่วหลังเข้าฉาย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Long-tail box office curve ที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ด้วยการนำเสนอแนว “experiential horror” หรือประสบการณ์สยองขวัญผ่านการฉายแบบพิเศษ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ซึ่งแตกต่างจากหนังผีทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ผลลัพธ์คือกระแสปากต่อปากที่บอกว่าหนังเรื่องนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือน “กำลังประสบกับเหตุการณ์” ไม่ใช่แค่ “ดูหนัง” เท่านั้น แม้จะมีหนังฟอร์มใหญ่อย่าง 'Super Mario Galaxy' และ 'The Devil Wears Prada 2' เข้ามาเป็นคู่แข่ง แต่ 'Salmokji' ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของ Box Office ได้อย่างแข็งแกร่ง แถมสถานที่ถ่ายทำจริงอย่าง “Salmokji” ก็ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิต มีคนแห่กันไปเช็กอินเพียบ!
กระแสความหลอนไม่ได้หยุดแค่ในโรงหนังนะ บนแพลตฟอร์ม OTT ก็มาแรงไม่แพ้กัน! ซีรีส์ 'If Wishes Could Kill' ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 24 เมษายน ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ของชาร์ต Netflix TV Show ทั่วโลกของ FlixPatrol ภายในเวลาแค่สามวันเท่านั้น! และยังขึ้นอันดับ 1 ใน 13 ประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้ด้วยนะ แม้ว่าจะมีนักแสดงหน้าใหม่อย่าง Jeon So Young, Kang Mina, Baek Sun Ho, Hyun Woo Seok และ Lee Hyo Je เป็นตัวชูโรง แต่ซีรีส์เรื่องนี้ก็มียอดวิวประมาณ 2.8 ล้านวิวหลังปล่อยออกมาไม่นาน และติดอันดับ 4 ใน Netflix’s Global Top 10 Non-English TV Shows นอกจากนี้ยังติด Top 10 ใน 37 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก อินเดีย มาเลเซีย ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตุรกี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จระดับโลกอย่างแท้จริง 'If Wishes Could Kill' เล่าเรื่องราวของคำสาปรอบแอปพลิเคชันที่สามารถบันดาลคำขอได้ ซึ่งเป็นรูปแบบของความสยองขวัญที่เข้ากับยุคดิจิทัลสุดๆ ด้วยการจับภาพช่วงเวลาที่เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยกลายเป็นสื่อกลางของความกลัว ทำให้โดนใจผู้ชมวัยรุ่นเป็นพิเศษ การผสมผสานเรื่องราวแนววัยรุ่นเข้ากับองค์ประกอบเหนือธรรมชาติ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเพิ่มทั้งความเข้มข้นและความสมจริงได้เป็นอย่างดี
ปกติแล้ว หนังผีมักจะถูกมองว่าเป็น “คอนเทนต์หน้าร้อน” ที่เอาไว้คลายร้อน ซึ่งมักจะครองตลาดทั้งในโรงภาพยนตร์และ Home Viewing ในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่น แต่ 'Salmokji' และ 'If Wishes Could Kill' กลับประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องแม้จะเข้าฉายเร็วกว่าปกติ ต้องขอบคุณกลยุทธ์ “experiential horror” ที่แตกต่างกัน โดย 'Salmokji' ขยายความกลัวที่สมจริงผ่านพื้นที่ทางกายภาพและประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ ส่วน 'If Wishes Could Kill' ก็เติมเต็มความสยองขวัญที่รุกรานในชีวิตประจำวันด้วยการผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมดิจิทัล กระแสปากต่อปากและพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ที่รวดเร็วของผู้ชมวัยรุ่นยิ่งช่วยส่งเสริมความสำเร็จของทั้งสองเรื่อง ในช่วง “Early Summer Scare” ที่มาถึงก่อนฤดูนี้ 'Salmokji' และ 'If Wishes Could Kill' กำลังสร้างสูตรสำเร็จใหม่ให้กับหนังสยองขวัญ ทั้งในโรงภาพยนตร์และบนแพลตฟอร์ม OTT เลยทีเดียว