เทรนนี่ K-pop ชาวญี่ปุ่นโดนห้ามออกนอกประเทศ หลังหายตัวไปก่อนเดบิวต์


เกิดเรื่องราวสุดปวดหัวในวงการ K-pop เมื่อเทรนนี่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งถูกตำรวจโซลสั่งห้ามออกนอกประเทศ ข้อหาฉ้อโกง หลังเจ้าตัวหายตัวไปอย่างลึกลับเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่วงของเขาจะได้เดบิวต์
สถานีตำรวจยองดึงโพ กรุงโซล กำลังสอบสวนเทรนนี่คนนี้ หลังจากที่ต้นสังกัดได้ยื่นเรื่องร้องเรียน เทรนนี่คนดังกล่าวหายตัวไปตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน หรือประมาณสองเดือนก่อนที่เขาจะได้เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวงบอยกรุ๊ป 6 คน โดยมีรายงานว่าเขาได้ทิ้งข้อความไว้สั้นๆ ว่า “ความเชื่อใจได้พังทลายลงแล้ว” ก่อนที่จะตัดขาดการติดต่อทั้งหมด
ทางต้นสังกัดเล่าว่า ตอนนั้นวงได้ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเสร็จเรียบร้อยแล้ว และยังได้เปิดเผยโปรไฟล์สมาชิกไปแล้วด้วย สุดท้ายวงก็ต้องเดบิวต์ในฐานะวง 5 คน โดยไม่มีเขา
ต้นสังกัดประเมินความเสียหายไว้ที่ 57.43 ล้านวอน (ประมาณ 39,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อม ค่าผลิตเพลงและท่าเต้น ค่าบันทึกเสียง ค่าผลิตมิวสิกวิดีโอ และค่าครองชีพต่างๆ เช่น ค่าอาหารและที่พัก
ตำรวจเชื่อว่าเทรนนี่คนนี้ยังอยู่ในเกาหลีใต้ และกำลังติดตามหาตัวอยู่ ตอนแรกต้นสังกัดพยายามจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่พอรู้ว่าเทรนนี่คนนี้ไปเซ็นสัญญากับอีกเอเจนซี่หนึ่ง ก็เลยตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย
คนในวงการ K-pop บอกว่าการที่เทรนนี่ต่างชาติทำผิดสัญญาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะกับเอเจนซี่เล็กๆ ซึ่งมักจะเลี่ยงการฟ้องร้องเพราะติดเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย
เทรนนี่ต่างชาติกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรม K-pop จากข้อมูลของ Korea Creative Content Agency พบว่า ณ สิ้นปี 2024 มีเทรนนี่ต่างชาติถึง 42 คน จากทั้งหมด 963 คน ที่เซ็นสัญญากับเอเจนซี่เกาหลี