Source

We Are All Trying Here พุ่งทะยานอันดับ 1 Netflix เกาหลี พิสูจน์ความปังที่เหนือกว่าเรตติ้งทีวี

admin0
We Are All Trying Here พุ่งทะยานอันดับ 1 Netflix เกาหลี พิสูจน์ความปังที่เหนือกว่าเรตติ้งทีวี
gallery image
gallery image
gallery image
gallery image
gallery image
gallery image

ซีรีส์สุดเข้มข้น 'We Are All Trying Here' ที่ได้ Koo Kyo Hwan และ Go Youn Jung มาประชันบทบาท กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ไม่ใช่แค่เรตติ้งทีวี แต่ยังพุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 บน Netflix อีกด้วย! ซีรีส์เรื่องนี้โดนใจคนดูสุดๆ ด้วยเนื้อเรื่องที่กินใจ การสร้างโลกที่แปลกใหม่ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาของตัวละครสองคนที่ต่างยอมรับและเติมเต็มข้อบกพร่องของกันและกัน

ตามข้อมูลจาก Tudum เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Netflix ซีรีส์เรื่องนี้คว้าอันดับ 1 ในหมวด “Top 10 Series in South Korea” ประจำสัปดาห์วันที่ 20-26 เมษายนไปครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงกระแสตอบรับที่แรงเกินคาด แฟนๆ ต่างอินไปกับความว่างเปล่าภายในใจของตัวละคร และเรื่องราวที่พวกเขาค่อยๆ เติมเต็มช่องว่างนั้นไปด้วยกัน

ในเรื่องนี้ Hwang Dong Man (รับบทโดย Koo Kyo Hwan) ต้องต่อสู้กับเสียงในหัวที่คอยบั่นทอนคุณค่าในตัวเอง เพื่อหนีความกังวลที่เข้ามาเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม เขาก็จะพูดไม่หยุด แม้จะมีคนอื่นอยู่ด้วยก็ตาม เขามักจะเช็ค “นาฬิกาอารมณ์” เพื่อดูระดับ “ความกังวล” และ “ความเบื่อ” ซึ่งสะท้อนชีวิตประจำวันที่เปราะบางของเขา หลังจากโดน CEO Choi Dong Hyun (รับบทโดย Choi Won Young จาก Choi Film) วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก Dong Man ก็เกิดอาการหิวผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่สะสมมานานกว่า 20 ปีจากความฝันที่ไม่เป็นจริง สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ นั้นเรียบง่ายแต่สมบูรณ์แบบ นั่นคือความรู้สึกสบายใจ เหมือนกับการกินส้มใต้ผ้าห่ม

ส่วน Byun Eun Ah (รับบทโดย Go Youn Jung) ต้องทนทุกข์กับอาการเลือดกำเดาไหลอย่างรุนแรงทุกครั้งที่เธอเผชิญกับความกดดันทางจิตใจที่หนักหน่วง แม้ว่านาฬิกาอารมณ์ของเธอจะระบุว่าสถานะของเธอคือ “ไม่ทราบ” แต่จริงๆ แล้วมันสะท้อนถึงความโกรธ ความสิ้นหวัง และความหงุดหงิดที่ปะปนกันไป สิ่งนี้มีต้นตอมาจากบาดแผลในวัยเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่อายุ 9 ขวบ สำหรับเธอแล้ว คำว่า “แม่” ไม่ได้หมายถึงความอบอุ่น แต่เป็นความทรงจำที่เจ็บปวดที่ผูกโยงกับการเอาชีวิตรอด

เมื่อตัวละครทั้งสองต้องดิ้นรนอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต พวกเขาก็เริ่มค้นพบความเป็นไปได้ของการเยียวยาผ่านซึ่งกันและกัน อาการเลือดกำเดาไหลของ Eun Ah ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส กลับหยุดลงอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเธออยู่กับ Dong Man และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึก “โล่งใจ” ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งฝ่าเขตโรงเรียนเพื่อเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นความสำเร็จ หรือการแบ่งปันวิธีรับมือกับอาการผีอำแบบไม่เหมือนใคร Dong Man ก็ค่อยๆ กลายเป็น “สัญญาณไฟเขียว” และแหล่งความสบายใจของ Eun Ah การเดินทางของพวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวที่ละเอียดอ่อนว่าพวกเขาได้กลายเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยให้แก่กันและกันได้อย่างไร ตอนนี้ผู้ชมต่างก็ติดตามคู่หูคู่นี้อย่างใกล้ชิด เมื่อพวกเขาเปิดใจแบ่งปันความว่างเปล่าทางอารมณ์ และสร้างเรื่องราวของการช่วยชีวิตซึ่งกันและกัน

หลังจากตอนที่ 4 ออกอากาศ กระแสตอบรับออนไลน์ก็เป็นไปในทางบวกอย่างท่วมท้น ต่างชื่นชมทั้งคุณภาพของซีรีส์และการแสดงของนักแสดง แฟนๆ คอมเมนต์ว่า “วิธีปลอบใจที่ไม่เหมือนใครของ Dong Man น่ารักมาก” และ “การแสดงของ Koo Kyo Hwan และ Go Youn Jung เหมือนโดนสิงเลย มันสมจริงจนรู้สึกเหมือนกำลังดูละครคนเดียวอยู่ตรงหน้า”

บางคนก็วิเคราะห์ตัวละครได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก ผู้ชมคนหนึ่งบอกว่า “ฉันคิดว่า Dong Man แกล้งหลับเพื่อเลี่ยงการจ่ายเงิน แต่กลายเป็นว่าเขากำลังต่อสู้กับปีศาจภายในใจเพียงลำพัง มันน่าเศร้ามาก” อีกคนเสริมว่า “ชีวิตของ Eun Ah รู้สึกอึดอัดเหมือนอาการผีอำ แต่เธอกลับถูกถ่ายทอดออกมาในฐานะคนเข้มแข็ง ไม่ใช่คนอ่อนแอ” เสียงชื่นชมยังหลั่งไหลไปถึงนักเขียนบท Park Hae Young ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนทางวรรณกรรม คอมเมนต์ต่างๆ เช่น “ไม่มีบทพูดไหนที่ไร้ความหมาย” “ทุกประโยคติดอยู่ในใจอย่างลึกซึ้ง” และ “ฉากหลังของเรื่องมันโหดร้ายจนไม่อยากคิดถึงเลย” หลายคนยังคาดการณ์ว่าซีรีส์เรื่องนี้อาจกลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญในอาชีพของ Go Youn Jung เลยทีเดียว

ซีรีส์เรื่องนี้ยังชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่กำลังเติบโต ที่เรตติ้งทีวีแบบเดิมๆ ไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของรายการได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าตอนที่ 4 จะทำเรตติ้งไปได้เพียง 2.4% (Nielsen Korea) แต่กลับคว้าอันดับ 1 บน Netflix ในเกาหลีใต้ไปได้พร้อมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการบริโภคสื่อ นี่บ่งชี้ว่าแทนที่จะรับชมตามเวลาออกอากาศที่กำหนด ผู้ชมเลือกที่จะดูซีรีส์ตามตารางเวลาของตัวเองผ่านแพลตฟอร์ม OTT บทสนทนาที่เข้มข้นและการเล่าเรื่องที่เน้นการสำรวจภายในใจของซีรีส์เรื่องนี้เข้ากันได้ดีกับการรับชมแบบรวดเดียวจบ

นักแสดงนำทั้งสองคนต่างก็มีผลงานที่โดดเด่น ซึ่งยิ่งเพิ่มความคาดหวังให้กับซีรีส์ Koo Kyo Hwan สร้างเส้นทางการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ผ่านผลงานอย่าง 'Jane', 'Peninsula', 'Escape from Mogadishu', 'D.P.' และ 'Escape' ในขณะที่ Go Youn Jung ก็สร้างชื่อเสียงในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงจาก 'Sweet Home', 'Alchemy of Souls: Light and Shadow' และ 'Moving'

เคมีของทั้งคู่บนหน้าจอช่วยถ่วงดุลน้ำหนักทางอารมณ์ของซีรีส์ได้ดี ฉากต่างๆ เช่น การแบ่งปันวิธีรับมือกับอาการผีอำ หรือการวิ่งผ่านเขตโรงเรียน เพิ่มความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ ทำให้เรื่องราวไม่หนักอึ้งจนเกินไป

เรตติ้ง 2.4% ยังคงเป็นอุปสรรคที่ซีรีส์ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อย่างไรก็ตาม การคว้าอันดับ 1 บน Netflix และการทำงานร่วมกันของนักแสดงมากฝีมือ เปิดโอกาสให้ซีรีส์เรื่องนี้เติบโตได้อีกมาก เมื่อกระแสปากต่อปากแพร่กระจายเกี่ยวกับบทพูดที่กินใจและความลึกซึ้งทางอารมณ์ ตอนนี้ทุกคนก็จับตาดูว่าเรตติ้งทีวีจะตามความสำเร็จบน OTT ได้ทันหรือไม่ 'We Are All Trying Here' ผลิตโดย Studio Phoenix, SLL และ Studio Flow ออกอากาศทาง JTBC ทุกวันเสาร์ เวลา 22:40 น. และวันอาทิตย์ เวลา 22:30 น.


Clip/Content Related

กำลังโหลดความคิดเห็น...